วัฒนธรรม เจ็ดเสมียน บ้านเลือก


เจ็ดเสมียน

1 1)ศาลตาปะกำ มีผีตีนโรง ตีนศาลที่ชื่อว่า ตาอยู่ ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ถูกช้างเหยียบตายคนที่อยู่ในชุมชนเชื่อว่า หากใครทำของหาย หรือมีเรื่องอะไร เล็กๆ น้อยๆ สามารถมาบนตาอยู่ได้ด้วยเหล้าขาว 1ขวด จะได้รับความสำเร็จ ปัจจุบันศาลตาปะกำเป็นที่เคารพนับถือของชุมชนเป็นอย่างมาก โดยจะมีคนที่ทำของหายมาบนบาน หากประสบความสำเร็จจะจ้างละครชาตรีจากที่อื่นมาแก้บน ทุกวันเสาร์ที่ 2 เดือนพฤษภาคม จะมีการทำบุญที่ศาลตาปะกำ โดยมีการนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็น เช้าวันรุ่งขึ้นพระสงฆ์จะมาฉันท์ข้าวเช้า ประชาชนทั่วไปทั้งหมู่ 4 และ หมู่ 5 ร่วมกันทำบุญ ต่อจากนั้นจึงร่วมรับประทานอาหารร่วมกันในชุมชนเป็นประจำทุกปี

2 2)ศาลของช้างบัวบานหรือสุสานศาล ในสมัยพระอุเทน มีเหตุการณ์ที่ชาวบ้านไม่ลืมอยู่ครั้งหนึ่ง คือ พลายบัวบานตกน้ำมัน ดุมาก หมอช้างไม่สามารถบังคับได้ ช้างพลายบัวบานได้ออกอาละวาด ฆ่าผู้คนล้มตายหลายคน ใช้วิ่งล่อให้พลายบัวบานไล่กวด จนพลายบัวบานตกลงไปในหลุมพรางแล้วสิ้นใจตาย หลุมนี้ปัจจุบันเรียกว่า ตลุคบัวบาน มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการให้ชุมชนถูกรางวัล

1 3)ศูนย์เรียนรู้บ้านช่างสกุลบายศรี บ้านช่างสกุลบายศรี ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 6 ตำบลเจฌดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ที่ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2561 ที่คุณธนกร สดใสตั้งใจให้สถานที่นี้เป็นที่รวบรวมทั้งงานศาสตร์และงานศิลป์ทางด้านวัฒนธรรมประเพณี งานฝีมือ เย็บ ปัก ถัก ร้อย และงานหัตกรรมอื่นๆ และได้ก่อเป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี เพื่อขับเคลื่อนงานหัถกรรมภูมิปัญญาไทย เป็นสัมมาชีพชุมชน กลุ่มจักสานเชือกกล้วย ผลิตกระเป๋า ผ้ามัดย้อมจากยางกล้วย

2 พิธีบายศรีสู่ขวัญ บายศรีเป็นงานประดิษฐ์ใบตอง แต่เดิมจะมีการนำบายศรีมาใช้ประกอบพิธี สำคัญต่างๆ ได้แก่ งานทำขวัญนาค งานบวงสรวงพิธีใหญ่ๆ ส่วนพิธีบุญสามัญในชีวิตประจำวันอื่นๆจะไม่มีบายศรีมาเป็นส่วนประกอบในการทำพิธี มีการใช้บายศรีซึ่งเป็นสิ่งมงคลที่นิยมของคนไทย คนกัมพูชาและลาว เนื่องจากเป็นเครื่องบูชาที่แสดงถึงความมีไมตรีจิต ความเคารพ สู่ขวัญและอยู่คู่กับวัฒนธรรมไทยมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษซึ่งบายศรีนี้คือหนึ่งในความภาคมิใจอันทรงคุณค่า และแสดงให้เห็นถึงความเด่นชัดในเรื่องขนบธรรมเนียมของสังคมไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเพณีท้องถิ่นที่งดงามเป็นที่ตราตรึงใจกับผู้พบเห็น นอกจากนี้บายศรียังเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสิ่งที่เป็นศิริมงคล ขับไล่สิ่งที่ไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตของคนตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ จะเห็นได้ว่าทั่วไปคือพิธีบายศรสู่ขวัญและปัจจุบันมักจะเห็นบายศรีในพืธีกรรมทางพราหมณ์และพุทธ สังคมไทยจึงล้วนมีบายศรีเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น

3 งานประดิษฐ์ พวงมาลัยที่ทำจากกระดาษทิชชู เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานช่างฝีมือดั้งเดิม ที่มีการใช้วสดุที่เป็นกระดาษทิชชูที่แสดงถึงอัตลักษณ์ สะท้อนวัฒนธรรมของกลุ่มชนชเขมรของช่างสิบหมู่

4 ภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ กระเป๋าจากกล้วยตานี เป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่ ทําจากมือด้วยความชํานาญและมีดีไซน์ โดยการจักสานด้วยกล้วยตานี เนื่องจากคุณค่าของกล้วยที่มี องค์ประกอบจากธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา ได้แก่ สี ลวดลายที่ต้นกล้วยตานีมีมากกว่าสิบเฉดสี โดยไม่ ย้อมสี เนื่องจากเส้นใยธรรมชาติเป็นเส้นใยเซลลูโลสจึงไม่สามารถย้อมสีที่ได้จากธรรมชาติให้ติดนอกจาก สีเคมี ดังนั้นจึงเป็นการต่อยอดด้วยนวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดมาจากบรรพ บุรุษกับคติไตรภูมิจักรวาล ที่แสดงถึง อัตลักษณ์ในด้านขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ด้วยความ ประณีตบรรจง ทําให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่วิจิตรงดงาม มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วย การนําเสนอคุณค่าของกล้วย ผ่านทางตรา “ตานี” ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่น้อมนําหลักการปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับรางวัลจากกระทรวงวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและภูมิ ปัญญาไทย (ธนกร สดใส, ม.ป.ป.) และได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตราสินค้าให้มีรูปแบบที่ทันสมัย อย่างต่อเนื่อง

5 ผลิตภัณฑ์มีด เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี้ยวข้องกับตะปูสงฆวานร ที่ใช้สลักโบสถ์ มาประยุกต์ในการตีมีดเหน็บมาผสมผสานกับภูมิปัญญาของครอบครัวเกี่ยวกับการชุบแข็งที่ถ่ายทอดต่อกันมาจนกระทั่งถึงรุ่นพ่อเป็นรุ่นที่ 3 และปัจจุบันเป็นรุ่นลูกซึ่งเป็นรุ่นที่ 4

6 ความเชื่อ ชาวไทยเขมรมีความเชื่อและนับถือผีบรรพบุรุษหรือผีอารักษ์ร่วมกับ ความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เมื่อจัดงานต่าง ๆ เช่น งานบวช งานศพ งานแต่งงาน งานสงกรานต์ ฯลฯ ต้องเซ่นไหว้ผีร่วมกับการทําพิธีกรรมทางพุทธศาสนาหรือทางประเพณีไปพร้อมกันด้วย ชาวไทยเขมรมีวัด และผู้นําทางศาสนาเป็นศูนย์กลางในการทํากิจกรรมเพื่อแสดงความสามัคคีของกลุ่ม ความเชื่ออย่างหนึ่ง ของไทยเขมร ได้แก่ เรือมะมวดหรือรําแม่มด เป็นความเชื่อดั้งเดิม เมื่อท่านผู้มีอํานาจลึกลับไม่พอใจ ก็จะทําไม่ดีไม่งามแก่เจ้าของชีวิต เช่น ทําให้เจ็บไข้ได้ป่วย ทําให้ไม่ได้ นอนไม่หลับ ทําให้หลงเพ้อ บางที่อาจจะทําให้ชักดิ้นชักงอ หรืออาจทําให้ถึงแก่ความตายได้ เมื่อเกิด อาการเป็นเหตุเภทภัยดังกล่าว จําเป็นต้องหาวิธีแก้ไข แต่งแก้หรือการทําพิธีแต่งแก้ครูกําเนิด การแต่ง แก้ครั้งแรกเมื่อเกิดสิ่งไม่ดีไม่งามขึ้น ได้แก่ การหาหมอครูหรือแม่ครู มาขอยินยอมและบนบานสารกล่าว โดยจัดหาเครื่องเช่นในการบนบาทสารกล่าว เท่าที่จําเป็น เช่น กล้วยสุก หมากพลู บุหรี่ แล้วบนบาน สารกล่าวว่า เมื่อหายจากเหตุเภทภัยแล้วจะจัดการเซ่นสรวงใหญ่โตเป็นพิเศษให้ คือ เล่นแม่มด ให้ นั่นเอง การรําแม่มดเป็นพิธีกรรมที่จัดทําขึ้นเพื่อเป็นการแก้บน จากเหตุการณ์ที่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย แล้วรักษาไม่หาย พิธีกรรมรําแม่มดก็เป็นอีแนวทางหนึ่งที่จะ นําพาผู้ป่วยให้หลุดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ (มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, ม.ป.ป)

บ้านเลือก

1 ศาลปู่ตาเจ้านายเจ้าปูโท่ง ตั้งอยู่ชายทุ่งหนองเข้า หมู่ 4 ตำบลบ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี เค้าโครงเดิมลักษณะคล้ายกับศาลปู่ตาเจ้านายที่หมู่ 3 ศาลแห่งนี้เป็นของกลุ่มลาวที่อพยพมาจากเมือง เวียงจันทน์ประเทศลาว ติดตามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อครั้ง ดำรงตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกปี พ.ศ.2522 พักพิงกลุ่ม ณ ศาลปู่ตาเจ้านายที่หมู่ 3 เพื่อหาที่ ทำจึงได้ตั้งศาลที่ชายทุ่งหนองข้าแห่งนี้ขึ้นเป็นหนึ่งหลัง ซึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก เพื่ออัญเชิญดวง วิญญาณของบรรพบุรุษและเจ้านายที่เสียชีวิตที่เวียงจันทน์ในสภาวะสงคราม มาประดิษฐานสิงสถิต ณ ศาลแห่งนี้ เพื่อปกป้องคุ้มครอง ลูกหลาน เรือกสวน ไร่นา สัตว์เลี้ยง และการทำมาหากินตามวิถีชมชน ให้ปลอดจากภัยธรรมชาติ เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ตามความเชื่อสืบทอดกันมา เมื่อถึงเดือนหกของทุกปีจะ มีพิธีเบิกบ้าน และจะทำบุญอุทิศส่วนกุศาลให้บรรพบุรุษ

2 ศาลปู่ตาเจ้านาย ที่ตั้งศาล อยู่กลางหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นจุดแรกที่กลุ่มลาวเวียง ตำบลบ้านเลือกอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ประเทศลาว ติดตามพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ปีพ.ศ.2522 มาพักพิงรวมกลุ่ม ณ จุดนี้แล้วตั้งศาลขึ้นเพื่ออัญเชิญดวงวิญญาณของบรรพบุรุษและเจ้านายที่เสียชีวิตที่เมืองเวียงจันทน์ใน สภาวะสงคราม มาประดิษฐานสิงสถิต ณ ศาลแห่งนี้ เพื่อปกป้องคุ้มครองลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข ปลอดจากภัยธรรมชาติ เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ตามความเชื่อสืบทอดกันมา เรียกว่า ศาลปู่ตา เดือนหกของทุกปีหลังจากทำพิธีเบิกบ้าน ณ ศาลเจ้านาย จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษที่ประดิษฐานสิงสถิต ณ ศาลแห่งนี้

3 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านลาวเวียง พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านลาวเวียงตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม เริ่มจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2539ลาวเวียงเป็นชื่อที่ได้มาจากชื่อกลุ่มคนที่มีเชื้อสายลาว ที่อพยพมาจากเวียงจันทร์ และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณอำเภอโพธาราม รวมถึงในเขตตำบลบ้านเลือกแห่งนี้ด้วย ตามประวัติแล้วการอพยพของชาวลาวเวียงนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และมีการอพยพต่อมาอีกหลายระลอกในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในยุคแรกๆ ชาวลาวเวียงเข้ามาตั้งถิ่นฐานแถบริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ก่อนแล้วจึงขยับร่นออกไปเรื่อยๆ ประเด็นการรื้อฟื้นอัตลักษณ์ของชาวลาวเวียงได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มชาวบ้าน ดังจะเห็นได้จากการจัดสร้างหอวัฒนธรรมลาวเวียงขึ้นบริเวณวัดโบสถ์อีกแห่งหนึ่ง และการจัดตั้งเป็นสมาคมลาวเวียง ที่ไม่ได้เพียงพยายามรื้อฟื้นประเพณี วัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มตน แต่ยังพยายามขยายเครือข่ายออกไปนอกประเทศ ทั้งที่เวียงจันทร์ ประเทศลาว ถิ่นฐานดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ดังที่มีการเดินทางมาเยี่ยมเยียนชุมชนลาวเวียงของ อ้วน พรหมจักร อัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในปี พ.ศ.2553 และกิจกรรมของเยาวชนชาวลาวเวียงในประเทศสหรัฐอเมริกา

4 พระบรมรูปทรงม้า ร.5 พระบรมราชานุสาวรีย์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 5 ที่ วัดบ้านเลือก ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ความเป็นมาที่จัดสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นว่ากันว่าในสมัยโบราณ สถานที่ที่นี้เคยเป็นแหล่งรวมม้า ของข้าราชกาลต่างๆ และพระองค์ท่านก็เคยเสด็จมา ทรงเลือกม้าทรงเช่นกัน

5 โบสถ์ร้อยล้านวัดพระศรีอารย์ ตั้งอยู่เลขที่ 139 ซอยสุขาภิบาล 8 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีอายุประมาณ 280 ปี เดิมชื่อวัดสระอาน ไม่มีพระภิกษุมาอยู่จำพรรษา จนถึงประมาณปี 2475 เริ่มมีพระภิกษุเข้ามาพักจำพรรษาเรื่อยมาในปี 2500 ได้เปลี่ยนชื่อจาก วัดสระอาน มาเป็น วัดพระศรีอารย์ วัดพระศรีอารย์ได้ปฏิสังขรณ์โบสถ์ขึ้นใหม่ ใช้เงินก่อสร้างกว่าร้อยล้านบาท เป็นโบสถ์ทองคำ สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เรียกขานกันว่า “โบสถ์ร้อยล้าน”

1 ศิลปะการแสดง การแสดงพื้นบ้านของชาวไทยลาวเวียง เช่น การเป่าแคนของข้านขนุน หมู่ 4 ตำบลบ้านเลือก การรำลาวเวียง การรำบาสโลป/รำแทนของวัดโบสถ์ หมู่ 1 ตำบลบ้านเลือก

2 อาหาร อาหารประจำเทศกาลที่แต่ละชาติพันธุ์นำมาร่วมงานประเพณีหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น ขนมอีตุ่ย (แป้งข้าวเหนียวไส้ถั่วเขียวทอดน้ำมันมะพร้าว) ในวันออกพรรษาของชาวไทยลาวเวียง กระยาสารทในวันสารทไทยลาวเวียง ขนมเข่ง ขนมเทียนวันตรุษจีน การกินเจในวันตรุษจีน สารทจีน ขนมไหว้พระจันทร์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขนมจ้างหรือขนมบัวลอย ก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา ของชาวจรน แกงขี้เหล็ก แกงหยวกกล้วยใส่ไก่ แกงบอน นอกจากนี้ ยังมีอาหารในชีวิตประจำวันของชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น แกงอ่อมพอด แกงหัวตาลอ่อน (ผลตาลอ่อนกินได้ตามฤดูกาล) แกงผลกล้วย แกงหยอก (ไส้อ่อนต้นกล้วย) แกงบีเลิด (ใบชะพลู) แกงขนุน แกงผักปลังหอยขม แกงเผือกใบมะขามอ่อน แกงดอกงิ้ว แกงผักปลัง แกงหน่อไม่เปรี้ยว (ดอง) ยำเทา (สาหร่ายเขียวน้ำจืด) ของชาวไทยลาวเวียง

3 ประเพณีใต้น้ำมัน วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด ทุกวัดที่เป็นวัดชาวลาว วันออกพรรษาทุกครัวเรือนจะนํา ขนม อีตุ่ย ที่ทําจากแป้งขาวเหนียวไส้ถั่วเขียวทอดน้ำมันมะพร้าว สําหรับใช้ตักบาตรเช้าและตักบาตรเทโว ที่เป็นข้าวสารอาหารแห้ง ตอนเย็นจะมีพิธีใต้น้ำมันเป็นเวลาสามวัน บางวัดจะทําแค่วันเดียว การจุดใต้ น้ำมันจะนํามะละกอมาแกะเป็นรูปกบนําเชือกฝ้ายทําเป็นไส้ เรียกว่า ตีนกา เพื่อจุดไฟชาวบ้านจะนํา น้ำมันมะพร้าวมาหยอดแต่ละตัวทุกตัวโดยไม่จํากัดจำนวน เพื่อการสักการะบูชาและเป็นแสงสว่างส่องทาง ให้พระพุทธเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทางบันไดแก้ว

4 ประเพณีบุญข้าวหลาม เป็นประเพณีที่ชุมชนไทยลาวเวียงได้มีการประชุมแล้วทำ การรื้อฟื้นขึ้นมา โดยจะทำในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านทุกบ้านจะทำการเผาข้าวหลาม เพื่อนําไป ถวายพระในเช้าวันขึ้น 15 คำ เดือน 3 ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา

5 ประเพณีทำบุญโท่ง ในวันพระสิ้นเดือนหก ชาวบ้านจะทำบุญเลี้ยงพระที่ศาลปู่ตา เจ้านาย เจ้าปู่โท่ง ซึ่งตั้งอยู่ชายทุ่งหนองแขหมู่ 4 ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อทําบุญให้ทุ่งนา ชาวบ้านเรียกว่า ทำบุญโท่ง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษชาวลาวที่เสียชีวิตที่ เมืองเวียงจันทน์ที่สิงสถิตอยู่ ณ ศาลแห่งนี้ รวมไปถึงการใส่ข้าวพระถวายพระอินทร์ เทวดา เจ้าฟ้า พระยาแถน ยักษ์โขโน เพื่อเป็นสิริมงคล ปกปักรักษา คุ้มครอง ชาวบ้าน เรือกสวน ไร่นา และสรรพ สัตว์ทั้งหลาย ให้อยู่เย็นเป็นสุข ปลอดภัยจากธรรมชาติ และให้ฝนตกตามฤดูกาล ในช่วงเดือนหกเป็นช่วงที่เริ่มเข้าฤดูฝน ถ้าฝนไม่ตกชาวบ้านจะ ร่วมกันแห่นางแมว โดยใช้แมวตัวเมียใส่ข้องหามและร้องเพลงแห่นางแมวเพื่อขอฝน แห่ไปตามหมู่บ้านช่วง มืดค่ํา ชาวบ้านก็พากันเอานํามาสาดแมว หลังจากมีการแห่นางแมวแล้ว ฝนมักจะตกทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ น่าอัศจรรย์ และถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน

6 ประเพณีทำบุญกลางบ้าน เมื่อถึงเดือนหก หลังจากการพิธีเบิกเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจำกำหนดวันทำบุญกลางบ้าน ณ ศาลปู่ตาเจ้านายที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเลือก อําเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นการทําบุญหมู่บ้าน เรียกว่า ทําบุญกลางบ้าน และเพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้บรรพบุรุษชาวลาวที่เสียชีวิตในเมืองเวียงจันทน์ที่สิงสถิตอยู่ ณ ศาลแห่งนี้ และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดถึงสังเวย พระอินทร์ เทวดา เพื่อเป็นสิริมงคล ปกปักรักษา คุ้มครอง ชาวบ้านเรือก สวน ไร่ นา และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้อยู่เย็นเป็นสุข ปลอดจากภัยธรรมชาติปฏิบัติสืบทอดมาทุกปี ปัจจุบันหมู่บ้าน ชุมชนของตนเพื่อความสะดวกและจุดประสงค์เหมือนกัน